ในโลกเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันสูง Intel กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งด้านนวัตกรรม การผลิต และการรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อย่างไรก็ตาม ภายใต้การนำของ Lip-Bu Tan ซีอีโอคนใหม่ บริษัทกำลังเดินหน้าปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งใหญ่เพื่อกลับมายืนแถวหน้าอีกครั้ง ในงานประชุม IntelVision 2025 Tan ได้เปิดเผยแนวทางสำคัญที่มุ่งเน้นไปที่วัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยวิศวกรรม การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของลูกค้า และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
Lip-Bu Tan ซีอีโอคนใหม่ของ Intel Corporation (NASDAQ: INTC) ได้เปิดเผยแผนการปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรและแนวทางการดำเนินงานของบริษัท ในงานประชุม IntelVision 2025 ที่รับตำแหน่ง CEO คนใหม่ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม โดยเขาได้ให้ความสำคัญกับการรับฟังลูกค้าและค้นหาจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเน้นย้ำคติประจำใจของตนที่ว่า Intel ควร "สัญญาให้น้อย แต่ทำได้เกินคาด"
Tan ตั้งเป้าที่จะเปลี่ยน Intel ให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยวิศวกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่การดึงดูดและรักษาบุคลากรด้านวิศวกรรมที่มีความสามารถ เพื่อผลักดันนวัตกรรมและการเติบโต เขายอมรับว่าที่ผ่านมา Intel ประสบปัญหาการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่า และเห็นว่าจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนให้วิศวกรมีอิสระในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ
ในฐานะซีอีโอ Tan มีแผนที่จะเสริมสร้างงบดุลของบริษัท ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมนำแนวคิดแบบสตาร์ทอัพมาใช้ในองค์กรเพื่อส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ
นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ Intel จะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยแย้มถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดนี้ในอนาคต พร้อมทั้งวางแผนปรับกลยุทธ์องค์กรโดยการตัดสินใจขายธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก และมุ่งเน้นไปที่ AI และ Software 2.0 ซึ่งเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
Tan ยังเสนอให้ปรับเปลี่ยนแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เน้นพัฒนาเทคโนโลยีจาก inside-out มาเป็นการออกแบบที่เน้นซอฟต์แวร์เป็นหลักก่อน แล้วจึงพัฒนาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ให้เหมาะสมกับซอฟต์แวร์นั้น ๆ โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตรงตามกำหนดเวลา
Intel มุ่งมั่นที่จะสร้างโรงงานผลิตชิป (Foundry) เพื่อตอบสนองความต้องการชิปขั้นสูงที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยเน้นสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และมั่นคง ซีอีโอ Lip-Bu Tan จะทำงานร่วมกับทีม Intel Foundry เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน และค้นหาโอกาสในการเติบโตที่แตกต่าง
นอกจากนี้ชิป Panther Lake ที่ผลิตบน Node 18A ยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
Intel จะเดินหน้าผลักดันการเติบโตด้วยแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า นวัตกรรม และความร่วมมือ เพื่อให้บริษัทสามารถกลับมายืนแถวหน้าของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเป็นผู้นำในยุคต่อไปของเทคโนโลย
Tan ปิดท้ายด้วยคำมั่นว่า Intel จะไม่เพียงแค่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม แต่จะมุ่งมั่นสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าผ่านการดำเนินงานที่โปร่งใสและมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่แท้จริง โดย Tan จะอยู่เคียงข้าง Intel ตลอดการเดินทางครั้งนี้ มุ่งมั่นนำพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จในยุคใหม่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ไม่เพียงแต่มุ่งพัฒนานวัตกรรม แต่ยังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของ Intel
อ้างอิง: investing, newsroom.intel
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด