จากผลการศึกษา VMware Digital Frontiers 3.0 เผย 86% ของผู้บริโภคไทยเป็น digitally curious

รายงานผลการศึกษา VMware Digital Frontiers 3.0 เผย 86% ของผู้บริโภคในไทยเป็น “digitally curious” หรือ “digital explorers” และมีระดับการยอมรับประสบการณ์ดิจิทัลสูงที่สุดในโลก พร้อมระบุคาดหวังประสบการณ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นจากภาคธุรกิจ

บริษัท วีเอ็มแวร์ ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมซอฟต์แวร์ระดับองค์กร เผยแพร่รายงานผลการศึกษา VMware Digital Frontiers 3.0 Study ซึ่งระบุว่าผู้บริโภคชาวไทยมีระดับการยอมรับประสบการณ์ดิจิทัลสูงที่สุดในโลก โดย 86% ของผู้บริโภคในไทยระบุว่าตนเอง “มีความใส่ใจในเรื่องดิจิทัล” หรือเป็น “นักสำรวจดิจิทัล” และคาดหวังว่าภาคธุรกิจต่าง ๆ จะนำเสนอบริการและประสบการณ์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น  ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าอีก 8 ประเทศที่มีการสำรวจ รวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เฉลี่ย 78%), สหรัฐฯ (59%), ฝรั่งเศส (55%), เยอรมนี (57%) และสหราชอาณาจักร (64%)  ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเป็นผู้นำเหนือกว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งหมด ด้วยสัดส่วนเปอร์เซ็นต์สูงสุดสำหรับผู้บริโภคที่ระบุว่าตนเอง “มีความใส่ใจในเรื่องดิจิทัล” ซึ่งคาดหวังว่าองค์กรต่าง ๆ จะนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลอย่างเหนือชั้น

ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีในช่วงปี 2563 เพื่อรองรับการโยกย้ายธุรกิจและกิจกรรมในชีวิตประจำวันไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ผลการศึกษาดังกล่าวเปิดเผยว่า ผู้บริโภคในไทย 77% ระบุว่า ถึงแม้ตนเองถูกบีบบังคับให้ต้องหันไปใช้บริการและประสบการณ์ดิจิทัลใหม่ๆ ในช่วงปี 2563 แต่ก็รู้สึกพึงพอใจกับประสบการณ์ที่ได้รับ ตรงกันข้ามกับประเทศอื่น ๆ ที่มีการสำรวจ เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เฉลี่ย 60%), สหรัฐฯ (40%), ฝรั่งเศส (40%), เยอรมนี (33%) และสหราชอาณาจักร (33%) นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยยังมีความใส่ใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่มีต่อสังคม โดย 75% กล่าวว่าตนเองรู้สึกเป็นกังวลว่าญาติผู้ใหญ่จะไม่สามารถก้าวได้ทันกับโลกดิจิทัลยุคใหม่  ยิ่งไปกว่านั้น 73% รายงานว่าตนเองยินดีที่จะใช้บริการดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อพิจารณาถึงการลดผลกระทบของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) ต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม

คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “ประเทศไทยได้เปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ยุคถัดไปของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยภาคธุรกิจที่มีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วและความคล่องตัว เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล โดยเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ในขณะที่ภาคธุรกิจของไทยเร่งการปรับตัวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลเพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตให้สูงขึ้นในช่วงหลายปีนับจากนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ โดยครอบคลุมแอปพลิเคชัน ระบบคลาวด์ และอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง”

 ในโลกดิจิทัลยุคใหม่ที่ภาคธุรกิจของไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันอย่างดุเดือด ผู้บริโภค 81% ระบุว่าตนเองได้เริ่มมีส่วนร่วมกับแบรนด์ที่นำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่า โดยแรงจูงใจที่สำคัญได้แก่ การสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง การนำเสนอดิจิทัลคอนเทนต์ที่น่าสนใจ และความสะดวกในการใช้งาน  เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสดังกล่าว องค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องพัฒนาปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน และความรวดเร็วของบริการดิจิทัลที่นำเสนอ ดังจะเห็นได้ว่า ประสบการณ์ดิจิทัล 3 อย่างที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญมากที่สุดได้แก่ แอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ (48%), การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (45%) และความสะดวกในการใช้งานบนอุปกรณ์ทุกรูปแบบ (45%)

ผลการศึกษาดังกล่าวยังเผยให้เห็นว่า บางกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทย สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ในช่วงปี 2563 โดยผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ปัจจุบัน องค์กรในภาคธุรกิจบริการด้านการเงิน (62%), ค้าปลีก (59%) และภาคการศึกษา (38%) นำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลโดยรวมที่ปรับปรุงดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19  นอกจากนั้น องค์กรในภาคธุรกิจบริการด้านการเงินและค้าปลีกยังเป็นผู้นำเหนือกว่าภาคธุรกิจอื่นๆ ในเรื่องของความน่าเชื่อถือ โดยผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ธุรกิจบริการด้านการเงิน (60%) และค้าปลีก (41%) ให้ความมั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี

ความคาดหวังของผู้บริโภคชาวไทยต่อบริการและประสบการณ์ดิจิทัลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่า ธุรกิจบริการด้านการเงิน (62%), ค้าปลีก (58%) และการศึกษา (38%) นำเสนอบริการดิจิทัลที่น่าสนใจมากกว่า นวัตกรรมของวีเอ็มแวร์ช่วยให้องค์กรของไทยได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นจากดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น พร้อมทั้งปรับตัวเพื่อรับมือกับโลกดิจิทัลยุคใหม่ เร่งการฟื้นฟูและขยายธุรกิจ

สำหรับองค์กรในไทย การฟื้นฟูและขยายธุรกิจให้เติบโตจำเป็นต้องอาศัยการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมต่างๆ ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงานในโลกดิจิทัลยุคใหม่  ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อคโอกาสทางธุรกิจที่เหนือกว่าในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  เทคโนโลยีของวีเอ็มแวร์ทั้งในส่วนของระบบคลาวด์ การปรับปรุงแอปให้ทันสมัย ระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย และแพลตฟอร์มพื้นที่ทำงานดิจิทัลที่ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกัน ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลแบบเฉพาะบุคคลให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างไร้รอยต่อ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากขึ้น

“วีเอ็มแวร์มุ่งมั่นที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจของไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ในโลกดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็วมากขึ้น  ประเทศไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปสู่อนาคต และวีเอ็มแวร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพาร์ทเนอร์ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรธุรกิจที่ต้องการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์และปรับปรุงแอปให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มความรวดเร็วฉับไวในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำเสนอประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นให้แก่ผู้บริโภคผ่านช่องทางดิจิทัล” คุณเอกภาวินกล่าวเสริม

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจซีแอนด์โค” ร่วมมือ “ฮาห์ม พาร์ทเนอร์” เปิดกลยุทธ์เสริมแกร่ง แบรนด์เกาหลีสู่ไทยและตลาด APAC

รู้จัก “One Asia Communications” การรวมตัวจาก บ.พีอาร์กว่า 10 ชาติในเอเชีย เสริมแกร่งงานสื่อสารข้ามประเทศ สร้างการเข้าถึงตลาด APAC ได้อย่างไร้รอยต่อ...

Responsive image

ส.อ.ท. จับมือ ม.มหิดล ลงนามความร่วมมือ ดันเกษตรอัจฉริยะ โครงการ SAI

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการนวัตกรรมต้นแบบ Smart Agriculture Industry (SAI) เพื่อการเรียนรู้และบ่มเพาะแนวทางเกษตรอ...

Responsive image

Grab เปิดตัว GrabExecutive หลังบริการเรียกรถพรีเมียมโต 50% พร้อมดึง VATANIKA ดีไซน์ชุดเครื่องแบบคนขับ

แกร็บเปิดตัว GrabExecutive บริการเรียกรถหรูระดับพรีเมียม โตแรง 50% เจาะตลาดนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวไฮเอนด์ พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รถหรู-คนขับมืออาชีพ-ดีไซน์ยูนิฟอร์มโดย VATANIKA...