“บิวตี้ เทค” โอกาสของคนสายเทคในโลกความงามที่ลอรีอัล

ธุรกิจความงาม อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ สำหรับนักศึกษาหรือบัณฑิตสายเทค ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิศวกรรมหรือดาต้า แต่น้อยคนจะรู้ว่าธุรกิจความงามโดยเฉพาะบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลกอย่าง “ลอรีอัล กรุ๊ป” นั้น นอกจากจะมีโอกาสในการเติบโตมากมายสำหรับสายเทคแล้ว ยังเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพแม้ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้อุตสาหกรรมความงามเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่น่าสนใจสำหรับเหล่า Tech Professional วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบ!

Hyper-personalization – เทรนด์ผู้บริโภคสะเทือนวงการความงาม

ย้อนไปเมื่อทศวรรษก่อนหน้า อุตสาหกรรมความงามเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์แบบ one size fits all หรือมีแบบเดียวสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของสื่อออนไลน์และความเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อความเท่าเทียม นำไปสู่เทรนด์ในการออกแบบทั้งผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลมากยิ่งขึ้น ผลการศึกษาหนึ่งของ IFOP ระบุว่าผู้บริโภค 42% มีความสนใจในเครื่องสำอางที่ทำขึ้นเฉพาะสำหรับบุคคล โดยสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปี 2016

เมื่อ Personalization กลายมาเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนความต้องการของผู้บริโภค บริษัทความงามจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำยุค เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าพึงพอใจที่สุด Tools หลักๆ ที่นำมาใช้การขับเคลื่อน Personalized Beauty มีทั้ง Big Data และ AI ซึ่งเข้ามามีบทบาทในการ Personalize ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและขั้นตอนความงามที่มีประสิทธิภาพให้กับผู้บริโภค รวมไปถึงการจำลองภาพเสมือนจริงเมื่อใช้งานผลิตภัณฑ์อย่าง virtual try-on ที่แทบจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้วบน touch point ต่างๆ อย่างแพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 

ลอรีอัล กรุ๊ป – บริษัทบิวตี้เทค กับโอกาสและความก้าวหน้าสำหรับสายงานเทค

ในฐานะบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลกที่มีแบรนด์ระดับโลกในเครือถึง 37 แบรนด์ ลอรีอัลมีลูกค้า 8 พันล้านคน อยู่ใน 150 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทุกความหลากหลายทางเชื้อชาติ สีและลักษณะผิว และเส้นผม ความท้าทายในการคิดค้นโซลูชั่นส์ความงามเฉพาะบุคคล ที่ครอบคลุมทุกๆ คนโดยไม่แบ่งแยก จึงตกอยู่กับทีมวิศวกรดาต้าและ Tech Professionals ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ลอรีอัลสามารถออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ และบริการความงามแบบ Beauty for Each ที่ตรงตามความต้องการเฉพาะบุคคลของลูกค้าทั่วโลกได้อย่างแท้จริง 

นอกจากนั้นแล้ว เบื้องหลังการผลิต ขนส่ง และจัดจำหน่ายโปรดักต์ความงามกว่า 6 พันล้านชิ้นนั้น คือทีมงานสายเทคอันแข็งแกร่ง ตั้งแต่พนักงานด้านเทค ดาต้า และดิจิทัลกว่า 8,000 คน และวิศวกรในทีม Operations กว่า 4,000 คน ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตความธุรกิจงาม

รูปแบบการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร ที่รอบรับการเติบโตและส่งเสริมความก้าวหน้าสำหรับสายเทค

ความมั่นคง โอกาสเติบโตและความก้าวหน้าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่ทำงานก็จริง แต่สำหรับชาวเทคไฟแรงนั้น อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ก็คือวัฒนธรรมและรูปแบบการทำงานขององค์กร ที่สามารถส่งเสริมและผลักดันให้พนักงานแสดงความสามารถได้เต็มที่ 

แม้ว่าลอรีอัล กรุ๊ป จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 115 ปี แต่ขณะเดียวกันก็มีวัฒนธรรมองค์กรและสไตล์การทำงานแบบสตาร์ทอัพ ที่ให้ความสำคัญกับการหล่อหลอมจิตวิญญาณผู้ประกอบการ หรือ “entrepreneurial spirit” ที่สนับสนุนให้พนักงานคิดวางแผนงานและดำเนินงานให้สำเร็จตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีทีมงานคอยซัพพอร์ท รูปแบบการทำงานที่กระตุ้นให้ทีมงานกล้าคิด กล้าริเริ่ม กล้าทำ ลองผิดลองถูกและถอดบทเรียนจากการทำงานจริงได้ด้วยการทำงานแบบ project-based ของลอรีอัล ช่วยให้เส้นการเรียนรู้ของทีมงานพุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว 

นอกจากนั้น ลอรีอัลยังมีโปรแกรมการเรียนรู้และฝึกฝนมากมาย ทั้งแบบออนไลน์และเวิร์คช้อปที่จะช่วยขัดเกลาและอัพสกิลในสายงานเทคของตนเอง และสกิลที่จำเป็นอื่นๆ ในโลกของการทำงาน ที่จะปั้นให้ tech professionals กลายเป็น tech managers และ tech executive ในโลกของความงามได้อย่างแท้จริง

ใครที่สนใจ สามารถชมเรื่องราวการทำงานของชาวเทคที่ลอรีอัลได้ที่ https://careers.loreal.com/en_US/content/PoweredByTech

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจซีแอนด์โค” ร่วมมือ “ฮาห์ม พาร์ทเนอร์” เปิดกลยุทธ์เสริมแกร่ง แบรนด์เกาหลีสู่ไทยและตลาด APAC

รู้จัก “One Asia Communications” การรวมตัวจาก บ.พีอาร์กว่า 10 ชาติในเอเชีย เสริมแกร่งงานสื่อสารข้ามประเทศ สร้างการเข้าถึงตลาด APAC ได้อย่างไร้รอยต่อ...

Responsive image

ส.อ.ท. จับมือ ม.มหิดล ลงนามความร่วมมือ ดันเกษตรอัจฉริยะ โครงการ SAI

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการนวัตกรรมต้นแบบ Smart Agriculture Industry (SAI) เพื่อการเรียนรู้และบ่มเพาะแนวทางเกษตรอ...

Responsive image

Grab เปิดตัว GrabExecutive หลังบริการเรียกรถพรีเมียมโต 50% พร้อมดึง VATANIKA ดีไซน์ชุดเครื่องแบบคนขับ

แกร็บเปิดตัว GrabExecutive บริการเรียกรถหรูระดับพรีเมียม โตแรง 50% เจาะตลาดนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวไฮเอนด์ พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รถหรู-คนขับมืออาชีพ-ดีไซน์ยูนิฟอร์มโดย VATANIKA...