Delta ประเทศไทย เปิดสำนักงานใหม่ในกรุงเทพฯ โชว์นวัตกรรม EV Charger - Data Center เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)  (Delta) เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ณ อาคาร 66ทาวเวอร์ อุดมสุข กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานแห่งใหม่นี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับการให้บริการด้านการขายและกิจกรรมการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์และโซลูชันของเดลต้าในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Delta

คุณแจ็คกี้ จาง ประธานบริษัท เดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า “เป็นเวลากว่าสามทศวรรษที่เดลต้าเติบโตจนกลายมาเป็นผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนารวมถึงการผลิตในประเทศไทย และวันนี้เราได้เริ่มต้นก้าวใหม่ของการเดินทางสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำนักงานแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ของเราจะเป็นศูนย์กลางด้านการขายและการตลาดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตร พร้อมทั้งให้การสนับสนุนลูกค้าภายในประเทศของเราด้วยโซลูชันเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบอัตโนมัติสำหรับโรงงานหรืออาคาร”


การจัดตั้งสำนักงานใหม่ของเดลต้าในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะทำให้พนักงานฝ่ายขายและฝ่ายบริการของเดลต้าใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกในการขยายธุรกิจที่มีศักยภาพสูงของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และโทรคมนาคม เครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า โซลูชันการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคาร และระบบอัตโนมัติภายในอาคารพันธมิตรและลูกค้าสามารถเข้ามาที่โชว์รูมสำนักงานแห่งใหม่เพื่อเยี่ยมชมโซลูชันต่างๆ ของเดลต้าได้ผ่านทางโซลูชันจอแสดงผลอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดยโปรเจ็กเตอร์เลเซอร์แบบระยะฉายสั้นที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวนสองเครื่องจาก Vivitek ซึ่งเป็นแบรนด์ของเดลต้า 

โดยผู้เข้าชมสามารถใช้งานหน้าจอสัมผัสอัจฉริยะเพื่อให้แสดงภาพเคลื่อนไหวด้วยแสงที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับการแสดงโซลูชันต่างๆที่สำคัญของเดลต้า ซึ่งเป็นการฉายภาพแผนที่แบบ 3 มิติบนเมืองจำลอง พร้อมทั้งสามารถเยี่ยมชมรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมจากการแสดงผลบนผนังและหน้าจอได้อีกด้วยโซลูชันด้านการทำงานและสุขภาพของเดลต้าที่นำมาติดตั้งในสำนักงานแห่งใหม่ประกอบด้วย

Delta Modular Datacenter Vari°ROW® Series: โซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 5.6-25.1kW สำหรับโปรแกรมสำคัญขององค์กร รวมถึงระบบไอทีแบบคอนเวิร์จ (Converged) หรือไฮเปอร์ คอนเวิร์จ (Hyper Converged) การประมวลผลแบบเอดจ์ (Edge computing) และห้องเซิร์ฟเวอร์ของสำนักงาน โดยโซลูชันที่มีการกำหนดค่าล่วงหน้าและผ่านการทดสอบอย่างสมบูรณ์แบบนี้ 

สามารถช่วยลดต้นทุนและเวลาในการตั้งค่าได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโซลูชันที่ทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบแบบสแตนด์อโลน ซึ่งมาพร้อมระบบทำความเย็น เครื่องสำรองไฟฟ้าและปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (UPS) ระบบจ่ายกำลังไฟฟ้า และการตรวจสอบระบบ ทั้งนี้โซลูชันโมดูลาร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ของเดลต้ายังมีความยืดหยุ่น เชื่อถือได้และมีความปลอดภัย สามารถตอบโจทย์การใช้งานด้านไอทีในสำนักงาน ทั้งยังสามารถปรับแผนการเพิ่มขยายระบบได้ตามการเติบโตของธุรกิจ


Delta Indoor Air Quality Solutions: เป็นโซลูชันเพื่อช่วยการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ประกอบด้วยเครื่องตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบครบวงจรของ UNO ที่สามารถตรวจจับอุณหภูมิ, ความชื้น, คาร์บอนไดออกไซด์, PM2.5, PM10, สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs), ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde), คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), และโอโซน (Ozone) รวมถึงมีเครื่องแลกเปลี่ยนอากาศแบบฝังฝ้าเพดาน (ERV) ที่มาพร้อม Brushless DC motor ประสิทธิภาพสูง และแผ่นกรอง HEPA ประสิทธิภาพสูง เพื่อประสิทธิภาพการกรอง PM2.5 ได้มากถึง 97% โดย ERV และพัดลมเติมอากาศบริสุทธิ์ (Fresh Air Supply Fan) ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการไหลเวียนอากาศที่คงที่ เพื่อให้แน่ใจว่ามีแรงดันอากาศเป็นบวกและสามารถลดระดับของคาร์บอนไดออกไซด์ได้


NovoTouch Interactive Display และ Innergie Mobile Device Charging: โซลูชันจอแสดงผลระบบสัมผัสและอุปกรณ์การชาร์จแบบพกพา ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทรงพลังและใช้งานง่ายเหล่านี้ สามารถช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานร่วมกัน พร้อมอำนวยความสะดวกในการประชุมทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ สำนักงานแห่งใหม่ของเดลต้าตั้งอยู่ที่ อาคาร 66 ทาวเวอร์ เป็นอาคารสีเขียวที่ผ่านการรับรอง LEED Gold (Leadership in Energy and Environmental Design) 

ซึ่งมีการนำโซลูชันเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าของเดลต้ามาใช้ ทั้งเครื่องชาร์จรุ่น 22kW AC Max สำหรับการชาร์จแบบปกติ และรุ่น 100kW DC City Charger สำหรับการชาร์จแบบเร็ว นอกจากนี้ตัวอาคารยังเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้าบีทีเอส และสะดวกต่อการเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ 

รวมถึงการเดินทางไปยังโรงงานของเดลต้าในนิคมอุตสาหกรรมบางปู หรือนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์อีกด้วยในฐานะที่เป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ทำให้เดลต้า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมและโซลูชันเพื่อความยั่งยืน เดลต้ามุ่งมั่นขยายธุรกิจสำหรับตลาดภายในประเทศ 

พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรทางอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาและดำเนินงานด้านพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานระบบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ และโซลูชันระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ เพื่อให้สอดคล้องไปกับแผนพัฒนาประเทศไทย 4.0

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของรายได้ปี 2566 จะเติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก (Double Digit) หรือกว่า 10% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของธุรกิจรถพลังงานไฟฟ้า(EV) ขณะที่งบการลงทุนในปีนี้บริษัทฯจะใช้งบประมาณ 180-200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการขยายฐานการผลิตทั้งในไทยและต่างประเทศ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจซีแอนด์โค” ร่วมมือ “ฮาห์ม พาร์ทเนอร์” เปิดกลยุทธ์เสริมแกร่ง แบรนด์เกาหลีสู่ไทยและตลาด APAC

รู้จัก “One Asia Communications” การรวมตัวจาก บ.พีอาร์กว่า 10 ชาติในเอเชีย เสริมแกร่งงานสื่อสารข้ามประเทศ สร้างการเข้าถึงตลาด APAC ได้อย่างไร้รอยต่อ...

Responsive image

ส.อ.ท. จับมือ ม.มหิดล ลงนามความร่วมมือ ดันเกษตรอัจฉริยะ โครงการ SAI

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการนวัตกรรมต้นแบบ Smart Agriculture Industry (SAI) เพื่อการเรียนรู้และบ่มเพาะแนวทางเกษตรอ...

Responsive image

Grab เปิดตัว GrabExecutive หลังบริการเรียกรถพรีเมียมโต 50% พร้อมดึง VATANIKA ดีไซน์ชุดเครื่องแบบคนขับ

แกร็บเปิดตัว GrabExecutive บริการเรียกรถหรูระดับพรีเมียม โตแรง 50% เจาะตลาดนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวไฮเอนด์ พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รถหรู-คนขับมืออาชีพ-ดีไซน์ยูนิฟอร์มโดย VATANIKA...