Esri Thailand เผยแนวทางใช้เทคโนโลยี GIS แก้ปัญหาน้ำท่วม รับมือวิกฤตโลกรวน

บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาแพลตฟอร์ม Location Intelligence เผยมุมมองการแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านอื่นได้อย่างยั่งยืน อาศัย ข้อมูลที่หลากหลาย และต้องตรงโจทย์ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพเทคโนโลยี GIS ทั้งในการวิเคราะห์ คาดการณ์ และจำลองสถานการณ์ เพื่อให้การบริหารจัดการทำได้อย่างแม่นยำ และตรงจุด พร้อมตั้งเป้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับปัญหา Climate Change ในอนาคตต่อไป

 

ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยี GIS แก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่น ๆ โดยเผยถึงกุญแจสำคัญของการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลที่หลากหลายและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในเชิงพื้นที่และปัจจัยอื่นรอบด้าน รวมถึงเทคโนโลยี GIS ชั้นสูงที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากและซับซ้อนที่ช่วยสร้างแบบจำลองสถานการณ์ให้มีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ประสานงานกันได้อย่างคล่องตัวในการวางแผนรับมือตรงจุด และรวดเร็ว ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชน

"ภาวะโลกรวนทำให้ทุกอย่างซับซ้อนมากขึ้น แม้เทคโนโลยีจะเป็นหนึ่งในแนวทางรับมือ แต่การใช้งานให้มีประสิทธิภาพ 100% จำเป็นต้องเรียนรู้ปรับตัวตลอดเวลา สิ่งที่เราย้ำเสมอคือ ‘ข้อมูล’ หากเรามีข้อมูลหลากหลาย มีการบูรณาการ่วมกันของทุกฝ่ายอย่างรอบด้านจะช่วยพัฒนาโซลูชันให้รับมือได้ดียิ่งขึ้น ในกรณีปัญหาน้ำท่วม ข้อมูลจำพวก ปริมาณน้ำฝน เส้นชั้นความสูงของพื้นที่ (DEM) รวมถึงขอบเขตหมู่บ้านและผังเมือง เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์มีความถูกต้อง ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ส่งต่อถึงการเตรียมวางแผนรับมือได้ทันท่วงที เช่น หากมีฝนตกในปริมาณเท่านี้ เป็นเวลาเท่านี้ จะมีพื้นที่ใดบ้างที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือปลอดภัย รวมถึงเส้นทางไหนบ้างที่จะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เร็วที่สุด เป็นต้น ดร. ธนพร กล่าว

ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ที่ผ่านมาเราได้ร่วมมือกับ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ประธานกรรมการบริหาร Futuretales LAB by MQDC ในการพัฒนา Flood Simulation ซึ่งเป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยรวบรวมข้อมูลหลายแหล่งที่จำเป็นต่อการจำลอง โดยส่วนหนึ่งได้รับมาจาก รศ.ดร. เสรี มาประยุตก์ใช้ผ่านซอฟต์แวร์ ArcGIS ของเรา ซึ่งมีศักยภาพมากพอในการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายซับซ้อนและปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงความสามารถในการ Simulation ที่ช่วยสร้างแบบจำลองเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งระบบสามารถนำเสนอสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้ตามข้อมูลที่ได้รับ รวมทั้งการสร้างสถานการณ์สมมติ (What-if analysis) ผ่านการจำลองสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น (Worst case scenario) เพื่อเตรียมแผนรับมือ ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งที่ผ่านมาเราพบว่าความแม่นยำของการจำลองนี้อาศัยทั้งข้อมูลรอบด้านร่วมกับศักยภาพของเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง จึงได้แบบจำลองที่ง่ายต่อการตัดสินใจ และบริหารจัดการ ยกระดับการวางแผนรับมือได้ดีมากยิ่งขึ้น”

มากไปกว่านั้น ขีดความสามารถของเทคโนโลยี GIS ไม่ได้มีบทบาทสำคัญเฉพาะการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมเพียงอย่างเดียว ยังสามารถยกระดับการบริหารจัดการปัญหาภัยพิบัติด้านอื่น ๆ ได้อย่างครอบคลุมผ่านการทำงานของ 4 แกนหลักคือ

  1. การประเมินผลกระทบ ช่วยในการวิเคราะห์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนและการจัดการภาวะวิกฤติ
  2. การคาดการณ์ และจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อชี้เป้าพื้นที่หรือจุดเสี่ยง ซึ่งช่วยให้มีข้อมูลในการวางแผน และเตรียมการรับมือ
  3. การบริหารจัดการเพื่อรับมือ เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ และบริหารจัดการภัยพิบัติ  เช่น การสร้างแผนที่การอพยพและการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
  4. การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย สื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชนให้เข้าถึงรับรู้ ตลอดสถานการณ์ โดยมีข้อมูลประกอบเพื่อการตัดสินใจ นำไปสู่การสร้างความเข้าใจในเชิงการบริหารจัดการสถานการณ์ รวมทั้งทรัพยากรให้เหมาะสมที่สุด

ทั้งนี้ Esri Thailand มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยี GIS อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในแง่มุมต่าง ๆ เช่น ปัญหาน้ำท่วม หรือฝุ่น PM2.5 กระทั่งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ และการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า การบริการจัดการเมืองอัจฉริยะ ด้วยความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี GIS สามารถยกระดับการทำงาน ทั้งในการวิเคราะห์และบูรณาการข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทำให้การตัดสินใจด้านต่าง ๆ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม เศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจซีแอนด์โค” ร่วมมือ “ฮาห์ม พาร์ทเนอร์” เปิดกลยุทธ์เสริมแกร่ง แบรนด์เกาหลีสู่ไทยและตลาด APAC

รู้จัก “One Asia Communications” การรวมตัวจาก บ.พีอาร์กว่า 10 ชาติในเอเชีย เสริมแกร่งงานสื่อสารข้ามประเทศ สร้างการเข้าถึงตลาด APAC ได้อย่างไร้รอยต่อ...

Responsive image

ส.อ.ท. จับมือ ม.มหิดล ลงนามความร่วมมือ ดันเกษตรอัจฉริยะ โครงการ SAI

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการนวัตกรรมต้นแบบ Smart Agriculture Industry (SAI) เพื่อการเรียนรู้และบ่มเพาะแนวทางเกษตรอ...

Responsive image

Grab เปิดตัว GrabExecutive หลังบริการเรียกรถพรีเมียมโต 50% พร้อมดึง VATANIKA ดีไซน์ชุดเครื่องแบบคนขับ

แกร็บเปิดตัว GrabExecutive บริการเรียกรถหรูระดับพรีเมียม โตแรง 50% เจาะตลาดนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวไฮเอนด์ พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รถหรู-คนขับมืออาชีพ-ดีไซน์ยูนิฟอร์มโดย VATANIKA...