VFoods ร่วมลงทุน More Meat Startup ขยายฐานการผลิตเจาะตลาด Plant-Based ไทย

VFoods ร่วมลงทุน More Meat  Startup ขยายฐานการผลิตโปรตีนจากพืช(Plant-Based Protein) ตีตลาดคนรักสุขภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าดันธุรกิจแพลนต์เบสโตกว่า 25-30%

คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ วี คอร์น และ วี ฟาร์ม กล่าวว่า ล่าสุดวี ฟู้ดส์ ได้ร่วมมือกับสตาร์ทอัพสัญชาติไทย “มอร์มีท” ซึ่งเป็นบริษัทฟู้ดเทคสตาร์ทอัพที่ผลิตและจัดจำหน่ายโปรตีนจากพืช (Plant Based Protein) ที่กำลังมาแรงในกลุ่มผู้บริโภค พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันภายใต้โปรเจกต์ “V Farm x More Meat” ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “ลาบทอด ผลิตจากพืช” จัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ วีฟาร์ม (V Farm) โดยเป้าหมายในครั้งนี้คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคได้มีทางเลือกในการรับประทานโปรตีนจากพืชที่มีคุณสมบัติที่ดีทั้งในด้านรสชาติ คุณประโยชน์ และต่อยอดให้ผลิตภัณฑ์แพลนต์เบสก้าวสู่สินค้าในรูปแบบพร้อมรับประทานหรือ Ready To Eat  ซึ่งยังมีไม่มากนักในตลาดของประเทศไทย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้คนไทยได้รับประทานอาหารแพลนต์เบสที่มีคุณภาพดีในราคาไม่แพง เพื่อลดการนำเข้าบางสินค้าที่มาจากต่างประเทศ

“สินค้าโปรตีนจากพืช (Plant Based Protein) เป็นกระแสที่กำลังเติบโตอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ผ่านมาที่เป็นตัวแปรให้ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน กลุ่มที่บริโภคมังสวิรัติ ผู้สูงอายุ วัยรุ่น ให้ความสนใจและเลือกรับประทานอาหารประเภทนี้กันเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและการสรรหากระบวนการผลิตอาหารที่มีความยั่งยืน  แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ยังขาดคือช่องทางในการเลือกซื้อที่อาจยังมีจำนวนไม่มากนัก รวมถึงรูปแบบและประเภทของอาหารที่คนส่วนใหญ่ยังติดภาพว่าอาหารเพื่อสุขภาพต้องมีปรุงแต่งน้อย หรือไม่จัดจ้านจนเกินไป แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ลาบทอดที่ได้ร่วมกับมอร์มีทในครั้งนี้จะสร้างมิติใหม่ให้กับอาหารแพลนต์เบสที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ความสุขของผู้รับริโภคอาหารประเภทนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการได้รับประทานเมนูที่คุ้นเคยและเป็นขวัญใจของหลาย ๆ บ้าน และทำให้ผู้ที่ซื้อสินค้าสามารถรับประทานอาหารแพลนต์เบสได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการปรุงอาหารหลายขั้นตอน”

สำหรับในปี 2564 วี ฟู้ดส์ คาดการว่าจะสามารถเติบโตในตลาดอาหารแพลนต์เบสได้กว่า 25-30 %  ด้วยการพัฒนาการวิจัย นำนวัตกรรม รวมทั้งหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต พร้อมทั้งเน้นการผลิตอาหารที่มีฟังก์ชัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของไทย โดยการร่วมลงทุนกับมอร์มีทในครั้งนี้ ถือว่าเป็น

หนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่รักสุขภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลือกมอร์มีทมาร่วมงานในครั้งนี้เนื่องจากเราเห็นว่ามอร์มีทเป็นสตาร์ทอัพที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์ในการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพในทิศทางเดียวกับเราโดยเพาะในการเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ต่างจังหวัดให้มีรายได้จากการใช้เห็ดแครงเข้ามาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตโปรตีนจากพืช ซึ่งบริษัท วี ฟู้ดส์ ได้ดำเนินการส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหวานแบบ Contract Farming เพื่อใช้ในการผลิตข้าวโพดหวานพร้อมทาน และน้ำนมข้าวโพดที่จำเป็นต้องใช้ข้าวโพดจำนวนมาก เราได้เข้าไปส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรในต่างจังหวัดให้เขามีรายได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของเราจึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อคนสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความยั่งยืนและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไปพร้อมกับการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยภายใต้แนวคิด ‘อร่อยสุขภาพดี ไปด้วยกัน’ คุณอภิรักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน คุณวรกันต์ ธนโชติวรพงศ์ Co-Founder มอร์มีท (More Meat) บริษัท มอร์ฟู้ดส์ อินโนเทค จำกัด กล่าวว่า  ปัจจุบันมอร์มีทมีผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชที่ทำจากเห็ดแครง ซึ่งเป็นโปรตีนจากพืชแบบไม่ปรุงรส ไม่แต่งกลิ่นและขณะนี้มอร์มีทได้ร่วมมือกับบริษัท วีฟู้ดส์สำหรับการผลิตและจำหน่ายลาบทอดพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นการนำเอาโปรตีนจากพืชไปปรุงรสลาบ และพร้อมวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์วีฟาร์ม โดยการร่วมลงทุนในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของมอร์มีทที่ได้ร่วมทำงานกับบริษัทด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอาหารที่มีชื่อเสียงจ้าวแรก ๆ ในประเทศไทย เนื่องด้วยวิสัยทัศน์และการทำงานขององค์กรมีความใกล้เคียงกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะมุมมองเกี่ยวกับเทรนด์การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตมากถึง 36% ต่อปี ตลอดจนการเห็นโอกาสการขยายตัวของกลุ่มอาหารประเภทนี้ที่จะไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมถึงในระดับต่างประเทศ 

“สำหรับมอร์มีทได้มองเห็นช่องทางในการสร้างโอกาสในตลาดอาหารแพลนต์เบส รวมไปถึงการออกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรับประทานอาหารคลีน แพลนต์เบสไดเอท หรืออาหารเจมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ได้มองแค่เรื่องของยอดขายเท่านั้น แต่มอร์มีทต้องการที่จะสร้างอาหารเพื่อสุขภาพของคนไทยโดยแท้จริง เพราะที่ผ่านมาบ้านเรามีการนำเข้าแพลนต์เบสจากต่างประเทศค่อนข้างสูง แต่แพลนต์เบสเหล่านั้นกลับมีรสชาติที่ปรุงแต่งแล้วและมีปริมาณโซเดียมสูงซึ่งไม่เหมาะกับคนที่ต้องการรับประทานโปรตีนจากพืชเพื่อสุขภาพ ดังนั้นจุดแข็งของมอร์มีทจึงเน้นการสร้างโปรตีนจากพืชเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยจะเห็นได้ว่าโปรตีนจากพืชที่วางจำหน่ายในขณะนี้ เราไม่ได้มีการปรุงรสแต่อย่างใดเพื่อเป็นการลดปริมาณเครื่องปรุงที่คนไทยจะต้องบริโภค ซึ่งหากผู้บริโภคซื้อไปแล้วสามารถปรุงรสได้ตามต้องการและสามารถรังสรรค์เมนูได้ตามใจชอบ ”

คุณวรกันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ตลาดอาหารแพลนต์เบสทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2 – 3 ปีนี้มีสตาร์ทอัพและผู้ที่สนใจเข้าสู่ไลน์ธุรกิจนี้มากขึ้นและมีแบรนด์แพลนต์เบสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของประเทศไทยและในภูมิภาคเดียวกันก็เริ่มมีการให้ความสนใจจากทั้งผู้ทำธุรกิจและผู้บริโภคด้วยอุปสงค์และอุปทานที่น่าสนใจ มีการส่งเสริมจากภาครัฐกับสตาร์ทอัพ รวมถึงการสนับสนุนเงินทุนและความร่วมมือจากบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในลักษณะพึ่งพากัน ซึ่งมั่นใจว่าในปีถัดไปจะได้เห็นแบรนด์อาหารทั้งที่เป็นธุรกิจร้านอาหาร ผู้จัดจำหน่าย รวมถึงผู้ผลิตอาหารแปรรูปเข้ามาแข่งกันในด้านแพลนต์เบสนี้อย่างแน่นอน 

ในส่วนของการเติบโตของฟู้ดเทคสตาร์ทอัพ มอร์มีทเชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะเติบอย่างสูงสุด เพราะขณะนี้ผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าวกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก และเทรนด์คนรักสุขภาพของโลกมีปริมาณเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แต่จะสามารถไปถึงระดับยูนิคอร์นได้หรือไม่นั้นอาจจะต้องให้เวลาสักระยะ และแม้จะไม่เติบโตในระดับยูนิคอร์นได้ แต่ก็จะมีความมั่นคงมากกว่าสตาร์อัพด้านอื่น ๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะสตาร์ทอัพด้านอาหารของประเทศไทยที่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ รวมถึงเป็นเจ้าใหญ่ที่ได้รับความมั่นใจทั้งจากทั้งฝั่งยุโรปและอาเซียนว่ามีความ

ปลอดภัยกว่าอาหารแปรรูปจากประเทศอื่น ๆ ดังนั้นการที่จะส่งแพลนต์เบสไทยไปขายในประเทศต่างประเทศจึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้และมีโอกาสค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน คุณวรกันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับในปี 2564 มอร์มีทตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้มากกว่า 15 % ทั้งจากการร่วมลงทุนกับบริษัทขนาดใหญ่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ท้องตลาด ซึ่งในปัจจุบันสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ More Meat ได้แล้วที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศอาทิ Foodland, Villa Market, Gourmet Market, Tops Market, Rimping และ Makro รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์ www.morefoods.in และ V Farm Delivery และแน่นอนว่าหากมอร์มีทเติบโต และมีการขยายฐานการผลิตให้มากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคก็จะส่งผลให้เกษตรกรที่ปลูกเห็ดแครงเติบโตขึ้นไปด้วย เพราะการทำธุรกิจของมอร์มีทไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ยอดขายกับกำไรเท่านั้น แต่เรายังมองไปถึงการสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ชุมชน ด้วยการเข้าไปสนับสนุนและสร้างรายได้ นอกจากนี้ ในอนาคตมอร์มีทยังจะมีการวิจัยพืชอื่น ๆ นอกเหนือไปจากเห็ดแครงเพื่อนำมาเป็นสวนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจซีแอนด์โค” ร่วมมือ “ฮาห์ม พาร์ทเนอร์” เปิดกลยุทธ์เสริมแกร่ง แบรนด์เกาหลีสู่ไทยและตลาด APAC

รู้จัก “One Asia Communications” การรวมตัวจาก บ.พีอาร์กว่า 10 ชาติในเอเชีย เสริมแกร่งงานสื่อสารข้ามประเทศ สร้างการเข้าถึงตลาด APAC ได้อย่างไร้รอยต่อ...

Responsive image

ส.อ.ท. จับมือ ม.มหิดล ลงนามความร่วมมือ ดันเกษตรอัจฉริยะ โครงการ SAI

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการนวัตกรรมต้นแบบ Smart Agriculture Industry (SAI) เพื่อการเรียนรู้และบ่มเพาะแนวทางเกษตรอ...

Responsive image

Grab เปิดตัว GrabExecutive หลังบริการเรียกรถพรีเมียมโต 50% พร้อมดึง VATANIKA ดีไซน์ชุดเครื่องแบบคนขับ

แกร็บเปิดตัว GrabExecutive บริการเรียกรถหรูระดับพรีเมียม โตแรง 50% เจาะตลาดนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวไฮเอนด์ พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รถหรู-คนขับมืออาชีพ-ดีไซน์ยูนิฟอร์มโดย VATANIKA...