สัมภาษณ์พิเศษ: อ๊อด ดังจิตร 1 ในผู้พัฒนาแอป Mail to Self

os

โดยปกติแล้วเราจะมีบทสัมภาษณ์พิเศษจากคนในวงการ Startup หลากหลายคน ซึ่งทุกคนล้วนน่าสนใจแทบทั้งสิ้น และนี่ก็ถือว่าเป็นความบังเอิญของผมเองที่ได้ลองใช้งานแอปตัวนึงซึ่งผมว่ามันเจ๋งและช่วยผมได้อย่างมาก (และเขียนลงในบล็อกส่วนตัวของผมไปด้วย) จนมารู้ว่า 1 ในทีมพัฒนาเป็นคนไทยเสียด้วย นั่นคือคุณอ๊อด ดังจิตร เชี่ยววัฒนา ผมเลยไม่รอช้าที่จะสัมภาษณ์เขาครับ

อนึ่ง คุณอ๊อด เคยเขียน Guest Post ให้กับเราแล้วเกี่ยวกับการไปร่วมงาน SXSW มาแล้ว ใครสนใจก็ลองอ่านกันได้จากเว็บไซต์ Thumbsup

ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ

ชื่ออ๊อด ครับ :) ตอนนี้ทำงาน เป็น platform engineer อยู่บริษัท Origami Logic ครับ

ก่อนหน้าที่ทำแอป Mail to Self มีผลงานอะไรมาก่อนหน้านี้บ้างครับ

Screen-Shot-2014-12-06-at-4.11.36-PM

เคยทำงานที่ซิลิคอนวัลเลย์มาพักนึง (Oracle & Yahoo!) ครับ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ร่วมงานกับ พี่กระทิง (เรืองโรจน์ พูนผล) ทำ app Heaven’s diner และ Quipster ด้วยกัน หลังจากนั้นก็ไปร่วมงานกับ Startup ที่สิงคโปร์ประมาณสองปีครับ จนเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งย้ายมาร่วมงานกับ Origami Logic ซึ่งเป็น Startup ที่อเมริกา แต่จะมาประจำทำงานที่เมืองไทยครับ

อะไรคือไอเดียในการทำแอป Mail To Self และทำไมถึงได้ร่วมงานกับ Nav Pawera ในการพัฒนาแอปนี้ครับ

nav

Nav เป็นเพื่อนสนิทกันครับ ได้ร่วมงานกันเมื่อเกือบสามปีก่อนตอนที่ทำ บริษัท Startup ชื่อ Bubble motion ที่สิงคโปร์ (เขาเป็น Product Manager และ Designer) แล้วก็คุยกันถูกคอก็เลยหาเวลาว่าง, เสาร์อาทิตย์ หาไอเดียทำแอปด้วยกันตั้งแต่นั้นมาครับ

ซึ่งไอเดียนี้จริงๆ คุณ Nav เป็นคนต้นคิดครับ เพราะเขาชอบ mail link บทความน่าสนใจหาตัวเองอยู่บ่อยๆ และส่วนตัวผมก็สนใจอยากลองเล่น iOS extension ซึ่งเป็น feature ใหม่ที่เพิ่ง launch ใน iOS 8 ก็เลยมารวมๆกันเป็นไอเดียนี้ครั

thumbsup: ตอนทำเสร็จ คาดหวังขนาดไหน

บอกตามตรง ไม่คาดหวังเลยครับ ฮ่าๆ เคย launch app เล็กๆอย่างงี้อีกตัว ชื่อ Large type แต่ก็นิ่งๆ download หลักพัน ตัวนี้ก็เลยคาดว่าคงคล้ายๆกัน ตอนที่ทำก็กะทำเพื่อมาใช้กันเองมากกว่าครับ :)

thumbsup: แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับกับการตอบรับ เพราะเห็นหลายเว็บไซต์ในเมืองนอกมีการพูดถึงไปในทิศทางที่ดีเสียด้วย

ดีกว่าที่คาด มากกๆๆๆๆ ครับ ได้ลง producthunt, mashable, cnet, time.com และ blogger ดังๆที่ปกติผมติดตามอ่าน blog ของเขาหลายคนก็ไปกล่าวถึงครับ ผมนี่ตัวลอยเลยครับ :)

thumbsup: คิดว่าจะมีอะไรต่อยอดจากแอปนี้ออกไปอีกไหมครับ

คาดว่าคงพยายามเพิ่ม feature ทาง backend ให้มีการ ประมวลผลข้อมูลมากขึ้นและพยายามจะขายเป็น in-app purchase ครับ

thumbsup: มาพูดถึงเรื่องการทำงานบ้างนะครับ ได้ยินว่าตอนนี้ทำงานอยู่ที่ SG อยากรู้ว่าที่นั่นวงการพัฒนาแอปบนโมบายล์เป็นอย่างไร และสิ่งที่เป็นจุดเด่นใน SG คืออะไรครับ

ชอบตรงที่เขามาการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้กันตลอดเวลาครับ มี meetup เกี่ยวกะ iOS ทุกๆเดือน และนักพัฒนาที่นี่หลายคนก็มีความสามารถค่อนข้างสูง หลายคนผมนับถือฝีมือและติดตามผลงานอยู่ และเนื่องด้วยตลาดเขาค่อนข้างเล็ก นักพัฒนาส่วนใหญ่ก็พยายาม จะ ทำ app เพื่อขายระดับโลกเลยทำให้ผมรู้สึกว่าเขามีแอพที่คนใช้กันอย่างแพร่หลายค่อนข้างเยอะครับ

อีกจุดเด่นคือรัฐบาลสิงคโปร์ พยายามผลักดัน และให้ทุนกับ startup ค่อนข้างเยอะ ทำให้นักพัฒนาที่มีไอเดียสามารถขอทุนเพื่อมาลองไอเดียของตัวเองได้ครับ

thumbsup: สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงผู้อ่าน รวมถึงนักพัฒนาที่กำลังพัฒนาแอปพลิเคชันและด้านไอทีในไทยบ้างไหมครับ

อยากให้นักพัฒนาไทย ฝันให้ไกลขึ้น และ ไม่ปิดตัวเองอยู่แค่ที่ตลาดเมืองไทยครับ เพราะจริงข้อดีของการทำ app หรืองานด้าน IT คือมันเอาไปขายใครก็ได้ในโลก  อยากเห็น แอพไทยในตลาดโลกมากขึ้นครับ!

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ thumbsup.in.th

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

คอมตัมคอมพิวติ้ง ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว ? สรุปความก้าวหน้าควอนตัมจากงาน NVIDIA GTC 2025

งาน NVIDIA GTC 2025 เป็นปีแรกที่มีการจัดเวทีพูดคุยเกี่ยวกับควอนตัมคอมพิวติ้งโดยเฉพาะ (Quantum Day) ซึ่ง NVIDIA ในฐานะเจ้าภาพ และผู้ขับเคลื่อนการประมวลผลแบบ Accelerated Computing จึ...

Responsive image

ญี่ปุ่น ใช้ AI และเทคโนโลยีอะไร ในการรับมือแผ่นดินไหว ?

เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาที่ส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย สร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงด้านแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นในประเทศ แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง แต่เหตุการณ์ดังกล...

Responsive image

AI วาดสไตล์ Ghibli : OpenAI แอบดึงข้อมูลมาเทรนด์หรือเปล่า ประเด็นที่โลกไม่ควรมองข้าม

ฟีเจอร์ใหม่จาก ChatGPT ที่สร้างภาพสไตล์ Ghibli ทำเอาโลกอินเทอร์เน็ตสะเทือน แต่คำถามใหญ่คือ...นี่คือวิวัฒนาการของเทคโนโลยี หรือการทำลายจิตวิญญาณของศิลปะที่ Ghibli ยึดถือมาทั้งชีวิต ...