หลายคนอาจคุ้นเคยกับ AI ในฐานะ "สมองอัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนอยู่บนแอปพลิเคชัน แชตบอท หรืออัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ต่างๆ แต่ในวันที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่ล่องลอยอยู่บนคลาวด์อีกต่อไป แต่ AI จะเริ่มมีร่างกาย สัมผัสได้ และที่สำคัญคือ มีโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้ในแบบที่มนุษย์ทำ นี่คือจุดกำเนิดของ Physical AI เทคโนโลยีที่ทำให้ AI มีตัวตนจริง
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เชื่อว่า AI จะก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกดิจิทัล และเข้ามามีบทบาทในโลกแห่งความเป็นจริง เขากล่าวว่า AI ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในรูปแบบของซอฟต์แวร์ แต่ควรมีร่างกายและความสามารถในการโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้ โดยหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะปรากฏในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น ห้องครัว โรงงาน สำนักงานแพทย์ และทางหลวง ซึ่งจะช่วยทำงานซ้ำๆ ให้มนุษย์ นั่นคือวิสัยทัศน์ของ "AI ที่สามารถสัมผัสโลกได้จริง" ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนา Physical AI ของ Nvidia
Physical AI คือการนำความฉลาดของ AI ใส่เข้าไปในหุ่นยนต์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้พวกมันสามารถรับรู้สิ่งรอบตัว เคลื่อนที่ได้ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีนี้กำลังเปลี่ยนหุ่นยนต์จาก "เครื่องมือ" ให้กลายเป็น "สิ่งที่คิดเองได้" ตัวอย่างเช่น
Physical AI กำลังพลิกโฉมโลกอุตสาหกรรม ด้วยการปลดล็อกศักยภาพของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไม่เพียงแต่ทำให้หุ่นยนต์มีความ "ฉลาด" มากขึ้น แต่ยังมอบความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวต่อสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องอาศัยการเขียนโปรแกรมที่ตายตัวอีกต่อไป
ลองนึกภาพหุ่นยนต์ในโรงงานที่สามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางการทำงานที่เหมาะสมที่สุดได้เองเมื่อเจอกับวัตถุที่ไม่คาดคิด หรือรถยนต์ไร้คนขับที่สามารถประเมินและตอบสนองต่อสภาพถนนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทันท่วงที นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ Physical AI ที่จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เหนือกว่า
NVIDIA ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี AI มองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ พวกเขาจึงทุ่มเทพัฒนาแพลตฟอร์ม "Cosmos" ที่เป็นเสมือนห้องทดลองเสมือนจริงสำหรับ Physical AI ก่อนที่จะนำไปใช้งานจริงในโลกภายนอก
บนเวที CES 2025 Jensen Huang ไม่เพียงแค่พูดถึงเทคโนโลยี แต่ได้จุดประกายความหวังและความฝันถึงอนาคตที่ AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างแท้จริง การลงทุนใน Physical AI จึงไม่เพียงแต่เป็นการขยายขอบเขตธุรกิจของ NVIDIA แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตที่หุ่นยนต์และมนุษย์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ลองจินตนาการถึงโลกที่เราสามารถสร้างสนามฝึก AI ขึ้นมาได้ โลกเสมือนจริงที่เราควบคุมทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม หรือแม้แต่สถานการณ์อันตรายต่างๆ เพื่อให้ AI ได้เรียนรู้และฝึกฝนตัวเองอย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่ NVIDIA Cosmos กำลังทำให้เกิดขึ้นจริง
Cosmos คือแพลตฟอร์มสุดล้ำที่เปรียบเสมือนสนามทดลองสำหรับการพัฒนา Physical AI หรือ AI ที่สามารถเข้าใจและตอบสนองกับโลกจริงได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานในโรงงาน รถยนต์ไร้คนขับที่วิ่งบนท้องถนน หรือแม้แต่อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ AI ในการทำงาน
หัวใจสำคัญของ Cosmos คือ World Foundation Models (WFMs) ซึ่งเปรียบเสมือนสมองของ AI ที่เข้าใจกฎฟิสิกส์ของโลกจริง WFMs ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลมหาศาล เพื่อให้สามารถจำลองสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างสมจริง ไม่ว่าจะเป็นแรงโน้มถ่วง แรงเสียดทาน หรือปฏิกิริยาระหว่างวัตถุต่างๆ ทำให้ AI สามารถเรียนรู้และทดสอบตัวเองได้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย
Cosmos ไม่ได้มีแค่ WFMs เท่านั้น ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ AI ได้แก่:
การสร้างหุ่นยนต์และรถยนต์ไร้คนขับที่ฉลาดและปลอดภัยนั้นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลและการทดสอบที่ซับซ้อน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ด้วย Cosmos ทำให้เราสามารถ:
Cosmos ทำอะไรได้บ้าง?
ด้วย Cosmos นักพัฒนาสามารถสร้างและทดสอบ Physical AI ได้เร็วยิ่งขึ้น แลกเปลี่ยนโมเดล AI และข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้ Nvidia ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในวงการ Physical AI อย่างไม่ต้องสงสัย
Physical AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นวิสัยทัศน์ที่ Jensen Huang ต้องการให้ NVIDIA เป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ AI ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในโลกดิจิทัล แต่สามารถ "มีชีวิต" “สามารถสัมผัส” และ "โลดแล่น" อยู่เคียงข้างมนุษย์ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ในอนาคต
อ้างอิง: techsauce1,2, nvidianews, nvidia, blogs.nvidia, forbes
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด