Adobe เปิดตัว Customer Data Platform ที่สามารถรองรับ First-Party Data

Adobe เปิดตัว Real-time Customer Data Platform (CDP) แอปพลิเคชั่นระดับองค์กรที่ออกแบบเพื่อรองรับการ engagement กับลูกค้าโดยอาศัยข้อมูลขององค์กรเก็บรวบรวมโดยตรง (First-Party Data)  ทั้งนี้ Adobe Real-time CDP จะช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลของลูกค้าที่แบรนด์รู้จักและไม่รู้จัก เพื่อจัดการโปรไฟล์ลูกค้าและ customer journey ได้อย่างไร้รอยต่อในระบบเดียว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลคุกกี้จากเบราว์เซอร์ (third-party cookies) อีกต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และทุกวันนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญและใส่ใจมากขึ้นกับข้อมูลที่ตนเองยอมเปิดเผย ซึ่งส่งผลให้มีการแก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวในประเทศต่างๆ ทั่วโลก  ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคมีความคาดหวังที่สูงขึ้นสำหรับประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลที่ได้รับจากแบรนด์ (Personalized Brand Experiences) ขณะที่เบราว์เซอร์จะไม่รองรับข้อมูลคุกกี้อีกต่อไป โดยที่เมื่อก่อนนักการตลาดต้องพึ่งพาข้อมูลคุกกี้จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบติดตาม ปรับแต่งประสบการณ์ และกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับการทำการตลาด ซึ่งนั่นหมายความว่าแบรนด์ต่างๆ จะมีข้อมูลเชิงลึกของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่น้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่น่าสนใจต่อไป

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัทต่างๆ จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดึงดูดลูกค้า โดยมุ่งเน้นการใช้ First-Party Data ที่ได้รับการอนุญาตในการทำ customer engagement การใช้กลยุทธ์ First-Party Data จะช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลที่ตรงความต้องการมากที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยใช้เพียงแค่ข้อมูลที่ลูกค้ายินยอมเปิดเผย อย่างไรก็ดี ผลการสำรวจล่าสุด ชี้ว่า แม้ว่าจะมีข้อดีต่างๆ และประโยชน์มากมายจากการใช้ First-Party Data แต่นักการตลาดได้ใช้ประโยชน์เพียง 47% ของ First-Party Data ที่พวกเขามี

คุณอานิล ชากราวาร์ที รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจประสบการณ์ดิจิทัลและการปฏิบัติการภาคสนามทั่วโลกของอะโดบี กล่าวว่า “ในฐานะผู้บริโภค เราคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลจากแบรนด์ต่างๆ โดยยังคงสามารถควบคุมข้อมูลของเราที่เปิดเผยให้แก่แบรนด์นั้นๆ ได้ ด้วย Adobe Real-time CDP เราร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ตอบสนองฉับไว และเคารพต่อลูกค้า โดยอาศัย First-Party Data”

การใช้ First-Party Data เพื่อขับเคลื่อนการจัดการประสบการณ์ลูกค้า

  • ฮับศูนย์กลางสำหรับ First-Party Data: Adobe Real-time CDP ทำหน้าที่เป็นฮับศูนย์กลางสำหรับ  แบรนด์ต่างๆ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคุณลักษณะและเหตุการณ์ First-Party ได้หลากหลายประเภท เพื่อสร้างโปรไฟล์ลูกค้าที่สมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้แบรนด์เชื่อมข้อมูล First-Party จากเว็บ แอป และ media data (จาก publishers) ซึ่งมาจากปฏิสัมพันธ์ต่างๆ เช่น กิจกรรมการท่องเว็บของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงอีเมล หรือหมายเลขโทรศัพท์จากลูกค้าที่ลงทะเบียนกับเว็บไซต์ของแบรนด์ ข้อมูลเพิ่มเติมที่เข้ามาจะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างโปรไฟล์ลูกค้าที่มีรายละเอียดมากขึ้น และแบรนด์ต่างๆ ก็จะสามารถใช้ Adobe Target เพื่อปรับแต่งประสบการณ์สำหรับลูกค้า นอกจากนั้น ความสามารถด้านการกำกับดูแลข้อมูลจะช่วยให้แบรนด์ต่างๆ มั่นใจได้ว่ามีการบังคับใช้นโยบายการใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม และทุกคนในองค์กรปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
  • การปรับแต่งเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วย Machine Learning: การกระตุ้นให้ผู้ใช้ลงทะเบียนกับเว็บไซต์ของแบรนด์โดยระบุอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้นับเป็นเรื่องที่ท้าทาย เราไม่มีแนวทางแบบครอบจักรวาลสำหรับเรื่องนี้ เพราะ customer journey ของลูกค้าแต่ละรายย่อมแตกต่างกัน ขณะที่ Adobe Real-time CDP ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สร้างโปรไฟล์ลูกค้าจากปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อแบรนด์ ส่วน Adobe Target จะกลั่นกรองข้อมูลที่มีอยู่และผสานรวมแบบเรียลไทม์เข้ากับคอนเทนต์ ข้อเสนอ และประสบการณ์ที่ดีที่สุด รวมทั้งระบุช่วงเวลาที่เหมาะสมระหว่างการคลิก เพื่อให้ผู้ใช้ลงทะเบียนและยินยอมให้ใช้ข้อมูล นอกจากนี้ Adobe Target ยังช่วยให้แบรนด์ต่างๆ ดึงเอาคะแนนความโน้มเอียง (Propensity Score) (ความเป็นไปได้ที่ผู้เยี่ยมชมไซต์จะดำเนินการบางอย่าง เช่น ซื้อสินค้า) จาก Adobe Real-time CDP เข้ามายัง Adobe Target เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยแปรเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้า
  • Segment Match: ฟีเจอร์ใหม่ Segment Match ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ ทำงานร่วมกันเพื่อขยายชุดข้อมูล First-Party Data ที่มีอยู่โดยอาศัยความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ซึ่งจะทำให้นักการตลาดสามารถปรับปรุงข้อมูลโปรไฟล์ First-Party ที่ตรงกัน โดยใช้คำอธิบายข้อมูล (Metadata) เกี่ยวกับเซ็กเมนต์ลูกค้า เพื่อให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นและทำการปรับแต่งแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ตัวอย่างเช่น ร้านขายเสื้อผ้าอาจร่วมมือกับแบรนด์เครื่องประดับเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเซ็กเมนต์ลูกค้าสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของทั้งสองบริษัท เช่น ชนิดของเสื้อผ้าที่ลูกค้าซื้อ เพื่อให้แบรนด์เครื่องประดับสามารถนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมสำหรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว  ทั้งนี้ จะสามารถอ้างอิงข้อมูลของลูกค้าใน Segment Match ได้ก็ต่อเมื่อลูกค้ารายนั้นๆ อนุญาตให้ร้านขายเสื้อผ้าและแบรนด์เครื่องประดับใช้ข้อมูลของตน
  • Look-alike Segments: ฟีเจอร์ใหม่ Look-alike Segments ช่วยให้แบรนด์สามารถระบุลูกค้าเพิ่มเติมที่มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับลูกค้าที่แบรนด์นั้นๆ รู้จักเป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น นักการตลาดอาจใช้กลุ่มตัวอย่างของลูกค้าที่มีอยู่ เพื่อสร้างเซ็กเมนต์ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งประกอบด้วยลูกค้ารายอื่นๆ ภายในฐานข้อมูลของ แบรนด์ซึ่งมีลักษณะร่วมที่ใกล้เคียงกัน อีกวิธีหนึ่งในการใช้ Look-alike Segments ก็คือ การใช้งานร่วมกับ Segment Match กล่าวคือ แบรนด์จะสามารถระบุและส่งกลุ่มตัวอย่างของลูกค้าที่มีอยู่ให้กับ Segment Match Partner และจากข้อมูลดังกล่าว พาร์ทเนอร์จะสามารถสร้างเซ็กเมนต์ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งประกอบด้วยลูกค้ารายอื่นๆ ภายในฐานข้อมูลของพาร์ทเนอร์ซึ่งมีคุณลักษณะคล้ายคลึงกัน และได้อนุญาตพาร์ทเนอร์ให้ใช้ข้อมูลของตน
  • ฟีเจอร์ใหม่ B2B CDP: ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน บริษัทที่ทำธุรกิจ B2B จะต้องมองหาหนทางใหม่ๆ ในการติดต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางการติดต่อที่หลากหลายมากขึ้นในรูปแบบเฉพาะบุคคลที่ครอบคลุม Adobe Real-time CDP รุ่น B2B ซึ่งเปิดตัวในวันนี้ ทำหน้าที่ผนวกรวมโปรไฟล์บัญชีลูกค้าองค์กร และโปรไฟล์บุคคลเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการทำงานแบบอัจฉริยะ และช่วยให้บริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2B สามารถคิดและดำเนินการได้เหมือนกับบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2C

คุณเจอร์รี่ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีด้านการวิจัย การตลาด และการขายของไอดีซี กล่าวว่า “การทำให้ประสบการณ์ลูกค้าประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่รองรับ ทุกวันนี้ ลูกค้าคาดหวังว่าแบรนด์จะต้องมีปฏิสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร และวิธีเดียวที่จะทำอย่างนั้นได้ก็คือ การทำให้ข้อมูลลูกค้า (customer data) กลายเป็นบริการระดับองค์กรที่เป็นอิสระจากแอปพลิเคชั่นและระบบของแผนกต่างๆ โดยอาศัยโซลูชั่นการจัดการอย่างเช่น Real-time CDP ของอะโดบี” 

คุณเจสัน แอนดรูส์ รองประธานฝ่ายการตลาดดิจิทัลของไอบีเอ็ม กล่าวว่า “การเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าถือเป็นเรื่องอันดับแรกที่ไอบีเอ็มให้ความสำคัญมาโดยตลอด และเนื่องจาก First-Party Data มีความสำคัญมากขึ้นในโลกยุคใหม่ ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์รายสำคัญอย่างเช่นอะโดบี เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคในทุกๆ เรื่องที่เราดำเนินการ”

คุณจอช แร็บ รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีการตลาดของ Intuit กล่าวว่า “ในฐานะบริษัทที่ใส่ใจและให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นพิเศษ เราตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของ First-Party Data ที่ช่วยให้เราทราบถึงบริบทในทุกขั้นตอนของ customer journey และสามารถนำเสนอประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า  Intuit เป็นลูกค้าอะโดบีมาอย่างยาวนาน และเราตื่นเต้นที่จะขยายความร่วมมือเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ด้านข้อมูล และยกระดับมาตรฐานการนำเสนอประสบการณ์ภายใต้แบรนด์ Intuit” 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...