ผู้เดินทางเข้าไทยต้องโหลดแอปฯ AOT Airport ใส่ข้อมูล เกาะติดโควิด-19

ดีอีเอส ผนึกกำลัง กสทช. ตม. การท่าฯ กรมควบคุมโรคติดต่อ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีให้ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยดาวน์โหลดแอปฯ เกาะติดโควิด-19 ใช้งานทันทีพรุ่งนี้คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 10 มี.ค. 2563 ให้กระทรวงดีอีเอส และสำนักงาน กสทช. จัดประชุมหารือเพื่อสร้างความมั่นเชื่อมั่นให้กับประชาชน ทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยและประชาชนคนไทย เกี่ยวกับ การติดตามและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยในวันนี้ (11 มี.ค. 2563) กระทรวงดีอีเอส และสำนักงาน กสทช.พร้อมด้วย กองบังคับการตรวจตนเข้าเมือง (ตม.) กรมควบคุมโรค ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ค่าย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บมจ. การท่าอากาศยานไทย ได้ประชุมหารือร่วมกันเกี่ยวกับมาตรดำเนินการ แนวทางการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยมาตรการที่ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่จะดำเนินการในวันพรุ่งนี้ได้แก่

  1. ในวันพรุ่งนี้ นักท่องเที่ยวต่างประเทศทุกคนทุกไฟล์ทที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ประชาชนคนไทยที่เดินทางกลับจากการเดินทางท่องเที่ยวประเทศกลุ่มเสี่ยง และประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่เดินทางกลับประเทศไทย เมื่อลงจากเครื่องบิน ถึงจุดตรวจของกรมควบคุมโรค จะต้องทำการดาว์นโหลดแอปพลิเคชัน AoT Airport จาก Google Store หรือ Apple Store
  2. แอปพลิเคชันดังกล่าวจะทำงาน เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน และยอมรับเงื่อนไขให้ใช้ข้อมูลดังกล่าวกรณีจำเป็นเมื่อเกิดสถานการณ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูล จากนั้นนำแอพดังกล่าวแสดงที่ ตม. เพื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเข้าประเทศไทยได้
  3. แอปพลิเคชั่นดังกล่าวจะทำงาน หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วน และยินยอมรับเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้เป็นเวลา 14 วัน ถ้ามีเหตุการณ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูล ทางกรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ยกตัวอย่าง กรณี เจ้าของข้อมูลโดยสารเครื่องบินมาประเทศไทย ปรากฎว่ามีผู้โดยสารที่โดยสารเครื่องบินลำเดียวกัน ตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมควบคุมโรคก็สามารถ ใช้หมายเลขโทรศัพท์จากฐานข้อมูลจากแอพ ติดต่อเจ้าของข้อมูล และตรวจสอบเส้นทางการเดินทางภายใน 14 วันที่เขาไป เพื่อตรวจสอบเส้นทาง เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรค หรือหาเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงเพื่อเฝ้าสังเกตอาการได้ หากไม่มีเหตุการณ์ เมื่อครบ 14 วัน ข้อมูลจะถูกลบทั้งหมด

คุณพุทธิพงษ์ กล่าวว่า แอปพลิเคชั่นของ AoT Airport เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้เวลาในการกรอกข้อมูลไม่เกิน 2 นาที ซึ่งจะมีการกรอกข้อมูลเฉพาะ ชื่อ-นามสกุล Passport ID หมายเลขโทรศัพท์ และ E-mail Address เท่านั้น เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็สามารถติดตามได้ มาตรการดังกล่าวผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ร่วมกับสำนักงาน กสทช. จะจัดให้มีการจำหน่ายซิมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ณ จุดตรวจของกรมการควบคุมโรค ในราคา 49 บาท ใช้งานได้ 14 วัน

มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนคนไทย คนที่เดินทางกลับเข้าประเทศ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ให้มีความมั่นใจ ว่าประเทศไทยสามารถติดตามผู้ที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลเพียงพอในการดำเนินการ และวางแผนการดำเนินการต่างๆ เผื่อสกัดโรคจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้” รมว.กระทรวงดีอีเอส กล่าว

#ThaiFightCovid

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...