อยากได้กระดาษทิชชู่หรอจ้ะ? สแกนใบหน้าของคุณก่อนสิ

เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น ไม่ใช่ภาพจากสถานที่จริง

อยากได้ทิชชู่ในห้องน้ำสาธารณะหรอ? ถ้าหากว่าคุณกำลังอยู่ที่วัด หอสักการะฟ้า (Temple of Heaven) ที่กรุงปักกิ่ง บอกก่อนเลยว่าคุณจำเป็นต้อง "สแกนใบหน้าของคุณก่อน"

เหตุเกิดจากว่า ประชาชนที่ไปที่นั่นใช้กระดาษทิชชู่มากเกินสมควร อ้างอิงจาก Beijing Evening News ห้องน้ำแต่ละห้องโดยเฉลี่ยแล้วใช้กระดาษชำระมากถึงวันละ 20 ม้วน

จนกระตุ้นให้ UNESCO World Heritage ตัดสินใจดำเนินการเด็ดขาด และติดตั้งระบบตรวจสอบใบหน้า (facial recognition) ที่ตู้จ่ายกระดาษชำระ แน่นอนว่าคุณต้องถอดแว่นกันแดดและหมวกออกก่อน จากนั้นมันสแกนเสร็จสิ้น ตู้จะจ่ายกระดาษชำระความยาว 60 เซนติเมตร (23 นิ้ว) ให้

และถ้าหากว่าคนๆ เดิมกลับมาที่ตู้อีกครั้ง ภายใน 9 นาที ระบบจะปฏิเสธที่จะจ่ายทิชชู่ให้ ผลปรากฏว่าสามารถลดปริมาณการใช้งานได้ เหลือเฉลี่ยวันละ 4 ม้วนต่อห้อง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ในบางบุคคล การสแกนที่ควรใช้เวลาประมาณสามวิ อาจใช้เวลามากถึงเกือบๆ นาที นอกจากนี้ยังมีเสียง feedback มาจาก user อีกว่า "เอาจริงๆ นะ กระดาษ 60 เซนต์ ยังน้อยไปสำหรับฉัน"

แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับปัญหานี้? คิดว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้เวิร์คหรือไม่?

machine toilet paper

รูปจากรายงานข่าวของ WEIBO

 

ที่มาข่าว Mashable

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...