แนะนำ Startup: Gogoprint ผู้ต้องการปฏิวัติวงการสิ่งพิมพ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยกมือขึ้นหากคุณคิดว่าอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่พิมพ์สิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น นามบัตร โปสเตอร์ ใบปลิว ฯลฯ  เป็นธุรกิจที่น่าสนใจและมีการใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการผลิต  คาดว่าคนส่วนใหญ่คงไม่ยกมือและไม่เห็นด้วยเอามากๆ หากกำลังพูดถึงโรงพิมพ์แบบเดิมๆ ความคิดเห็นของคุณก็คงจะถูกต้อง  แต่ตอนนี้มีธุรกิจโรงพิมพ์ที่นำเอาอินเทอร์เน็ตมาเชื่อมโยงกับโลกโรงพิมพ์แล้ว

วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Gogoprint Startup ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การจัดส่งสินค้า และช่วยให้ลูกค้ามีประสบการณ์ใช้บริการสั่งซื้อสินค้าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น  Gogoprint มีวิสัยทัศน์คือต้องการทำให้การพิมพ์เป็นเรื่องง่าย ราคาประหยัด และสะดวกสบายสำหรับทุกคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัญหาของโลกธุรกิจสิ่งพิมพ์ในปัจจุบัน

อุตสาหกรรมการพิมพ์ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่าประมาณ 2.5-3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ  มีแนวโน้มมุ่งเน้นไปที่ด้านการผลิต โดยมีโรงพิมพ์รายใหญ่แบบดั้งเดิมจำนวนหนึ่งเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดและมีอำนาจการต่อรองสูง  ทำให้มีกลุ่มธุรกิจ SMEs และลูกค้ารายบุคคลที่ต้องการพิมพ์สิ่งพิมพ์จำนวนน้อยได้รับบริการไม่ค่อยดี ไม่มีอำนาจต่อรอง สิ่งพิมพ์ราคาแพง ราคาไม่โปร่งใส การสั่งพิมพ์มีความยุ่งยาก   

GogoPrint_2

รูปแบบธุรกิจ Gogoprint

พันธกิจของ Gogoprint คือการทำให้การพิมพ์เป็นเรื่องง่ายดายและสะดวกสบายกับลูกค้ารายย่อยดังกล่าว  นอกจากนี้ Gogoprint ยังใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่รวมงานพิมพ์จากคำสั่งซื้อต่างๆ ไว้บนชีทเดียวกันเพื่อให้ได้งานพิมพ์คุณภาพดี และราคาไม่แพง แม้สั่งพิมพ์ในจำนวนน้อย   

นอกจากนี้ Gogoprint เป็นธุรกิจ e-commerce ที่มีหน้าเว็บไซต์สำหรับให้บริการลูกค้า ดึงดูดลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า  เส้นทางการเดินของลูกค้าต่อการซื้อสินค้า (customer journey)ทั้งหมดเกิดขึ้นบนเว็บไซต์   จุดประสงค์ของเว็บไซต์มี 2 อย่าง อย่างแรกคือการเข้าถึงทุกคนในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  อย่างที่สองคือการทำให้การพิมพ์เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากที่สุด  ทางบริษัทมีการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนา user interface และ back-end เพื่อให้แน่ใจว่าประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าและการจัดการกระบวนการผลิตมีความสมบูรณ์และราบรื่นมากที่สุด

ที่น่าสนใจอีกอย่างของ Gogoprint คือ น่าจะเป็นโรงพิมพ์แห่งเดียวที่มีการให้ความรู้ในรูปแบบของ Blog  ทางด้านสิ่งพิมพ์ด้วย

ความแตกต่างกับโรงพิมพ์แบบดั้งเดิม

การทำให้ราคาถูกทำได้โดยการใช้เทคโนโลยีปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการต่างๆ การลดปริมาณกระดาษที่ต้องทิ้ง และใช้ประโยชน์จากการประหยัดจากขนาด (economies of scale)   การบูรณาการและการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทั้งก่อนพิมพ์และหลังพิมพ์ของ Gogoprint แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างโรงพิมพ์แบบดั้งเดิมทั่วไปและโรงพิมพ์ออนไลน์ Gogoprint ซึ่งช่วยให้ Gogoprint ประสบความเร็จในการบริการสิ่งพิมพ์ให้กับกลุ่ม SMEs

นอกจากนี้ Gogoprint มีพาร์ทเนอร์ที่ช่วยเหลือในการดำเนินงาน  ซึ่งเป็นเรื่องปกติและหลายๆ บริษัทเองเป็นเหมือนกัน  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ Gogoprint แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ คือ Gogoprint และพาร์ทเนอร์มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต  โดยไม่ได้ร่วมมือกันเพียงแค่ซอฟแวร์นวัตกรรมใหม่ๆ และ APIs ที่สร้างขึ้นเองเพื่อพัฒนาการสื่อสารและการติดตามเท่านั้น  แต่ยังร่วมมือกันในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการที่ใช้ร่วมกัน

แม้ตลาดที่มีความต้องการด้านการพิมพ์นั้นใหญ่มาก โดยเฉพาะฟากของ SME ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่คงต้องดูกันต่อว่า Gogoprint จะขยายตลาดและกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร

 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...