Kerry Express เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรกราคาหุ้นพุ่งกว่า 133% มูลค่าบริษัททะลุแสนล้านทันที

บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) หรือ KEX เข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ราคาหุ้นเปิดที่ 65.25 บาท เพิ่มขึ้น 37.25 บาท จากราคา IPO ที่ 28 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 133.04% ส่งผลให้มูลค่าตลาดของหลักทรัพย์ KEX อยู่ที่ประมาณ 1.13 แสนล้านบาททันที โดยที่ผ่านมาในช่วงจองซื้อ Kerry Express ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศอย่างล้นหลามถือเป็นหุ้นดาวเด่นในยุคเศรษฐกิจใหม่ (New economy) ของตลาดในประเทศ ที่มีให้เลือกลงทุนไม่มากนัก บริษัทมีการวางกลยุทธ์ขยายธุรกิจเข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วไทย มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีและคน วางแผนขยายเครือข่ายให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนเพิ่มความสามารถในการคัดแยกพัสดุ และมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพบริหารต้นทุน มั่นใจสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายอเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เปิดเผยว่า ได้นำหุ้นของบริษัทฯ เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “KEX” และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการลงทุนและร่วมเติบโตไปกับบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ Kerry Express Everywhere และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล ทั้งนี้ จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 300 ล้านหุ้น บริษัทฯได้มีการระดมทุนทั้งสิ้น 8,400 ล้านบาท ช่วยเสริมศักยภาพด้านฐานะการเงิน เพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงินและเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยหลังจากนี้ได้วางแผนลงทุนขยายเครือข่ายบริการจัดส่งพัสดุด่วน ซึ่งรวมถึงการเพิ่มความสามารถการคัดแยกพัสดุ ลงทุนในระบบการขนส่ง และพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและให้บริการแก่ลูกค้า

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจในการลงทุน เนื่องจากมีจุดเด่นหลายด้าน ได้แก่ 1.เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน จากข้อมูลของ Frost & Sullivan 2.มีอัตราการเติบโตสูงสุดนำหน้าบริษัทให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนรายอื่นๆเมื่อพิจารณาจากปริมาณพัสดุที่จัดส่ง 3.อยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนมากที่สุด 4.เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรอยู่ตลอดเวลา และ 5.มีทีมผู้บริหารรุ่นใหม่และมีประสบการณ์ในธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนมากที่สุด นอกจากนี้ธุรกิจของเคอรี่ เอ็กซ์เพรสยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน New Economy และเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศ (Eco System) ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จึงเป็นปัจจัยที่จะทำให้เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซในประเทศไทย คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วนที่มีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เป็นบริษัทที่มีแบรนด์แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักของประชาชนในวงกว้าง ขณะเดียวกันยังเป็นผู้ประกอบการภาคเอกชนรายแรกที่ดำเนินธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนในประเทศไทยมากว่า 14 ปี จึงมีความเชี่ยวชาญและมีองค์ความรู้ เข้าใจธุรกิจและความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นอย่างดี รวมถึงมีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันจากจำนวนจุดให้บริการที่ครอบคลุมทุกจังหวัด สามารถจัดส่งสินค้าทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...