Krungsri เผยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2019 จำนวน 26.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% จากปี 2018

รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งสำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2019 โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 26.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% จากช่วงเดียวกันของปี 2018 โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการขยายตัวของสินเชื่อที่แข็งแกร่งที่ 6.4% จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2019

ณ วันที่ 30 กันยายน 2019  Krungsri ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินฝาก และเป็นหนึ่งในห้าสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.78 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.50 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.27 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ที่ 263.92 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 16.46% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนที่เป็นของเจ้าของคิดเป็น 11.79%

สรุปผลประกอบการตามงบการเงินรวมที่สำคัญสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2019

•    กำไรสุทธิ: จำนวน 26.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2018

•    การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ: เพิ่มขึ้น 6.4% หรือจำนวน 106.5 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2018 โดยการเติบโตของสินเชื่อครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ โดยสินเชื่อเพื่อรายย่อยยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักโดยเพิ่มขึ้นจำนวน 54.5 พันล้านบาท หรือ 6.9% ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้นจำนวน 31.0 พันล้านบาท หรือ 5.0% และ 21.0 พันล้านบาท หรือ 8.4% ตามลำดับ 

•    การเติบโตของเงินรับฝาก: เพิ่มขึ้น 4.8% หรือจำนวน 68.7 พันล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือน

ธันวาคม 2561  

•    รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 40.0% หรือจำนวน 10.2 พันล้านบาท 

จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2018 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบันทึกกำไรจากการขายหุ้นของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน

•    อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: อยู่ที่ 42.6% ปรับตัวดีขึ้นจาก 46.7% ในงวดเก้าเดือนแรกของ

ปี 2561

•    ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.68% จาก 3.81% ในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2561 ปัจจัยหลักมาจากการขายหุ้น 50% ของบริษัท เงินติดล้อ จำกัด ขณะที่ผลตอบแทนในสินเชื่อประเภทอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลง

•    สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.01% จาก 2.08% ณ สิ้นเดือน

ธันวาคม 2561

•    อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้: อยู่ที่ 167.0% ปรับตัวดีขึ้นจาก 160.8% 

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561

•    อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: ยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 16.46%

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภายใต้สภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย Krungsri ส่งมอบผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2019 โดยมีกำไรสุทธิที่โดดเด่นจำนวน 26.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2018 ผลประกอบการที่แข็งแกร่งแสดงถึงศักยภาพของ Krungsri ในการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ส่งผลให้มีการเติบโตของสินเชื่อที่ต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย”

นายอาคิตะให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจโดยรวม ว่า “จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่ออุปสงค์ภายในประเทศและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ Krungsri คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากที่ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลงมาอยู่ที่ 2.9% จาก 3.2% อย่างไรก็ตาม จากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะยังคงเกื้อหนุนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจต่อเนื่องในไตรมาส 4 Krungsri คาดว่าการขยายตัวของสินเชื่อสำหรับปี 2019 จะอยู่ในกรอบบนของเป้าหมายที่ 6-8%”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...