มาเลเซียผงาด! ขึ้นแท่นฮับการเงิน SEA เบียดสิงคโปร์เจ้าเดิม

ในปี 2024 ตลาดหุ้นมาเลเซียได้กลายเป็นที่จับตามองของบริษัทในสิงคโปร์ โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Grand Venture Technology Ltd. และ UMS Holdings Ltd. ที่กำลังพิจารณาการจดทะเบียนหุ้นในตลาดมาเลเซีย นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้มที่เคยเป็นมาที่บริษัทจากมาเลเซียมักจะเลือกจดทะเบียนในสิงคโปร์เพื่อเข้าถึงนักลงทุนระดับโลก

ตลาดหุ้นมาเลเซียเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สิงคโปร์กำลังเผชิญกับความท้าทายที่หนักที่สุดในรอบ 25 ปีในการจดทะเบียนหุ้น มาเลเซียกลับกลายเป็นตลาดที่เฟื่องฟูอย่างมาก โดยในปีนี้มีการจดทะเบียน IPO กว่า 30 รายการ และระดมทุนได้กว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าปี 2023 ทั้งปี ในขณะที่สิงคโปร์มีเพียงบริษัทเดียวที่เข้าจดทะเบียนในปีนี้ ทำให้ความน่าสนใจของตลาดสิงคโปร์ลดลงไปในสายตาของบริษัทที่ต้องการระดมทุนและขยายธุรกิจ

ปัจจัยที่ดึงดูดให้มาเลเซียกลายเป็นทางเลือกใหม่

Raymond Chooi หัวหน้าฝ่ายตลาดทุนของ Maybank Investment Bank กล่าวว่าบริษัทจากสิงคโปร์ที่สนใจในตลาดมาเลเซีย กำลังมองหาแหล่งสภาพคล่องใหม่และตลาดที่ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้เสถียรภาพทางการเมือง กฎระเบียบต่างๆ ที่ผ่อนคลายมากขึ้น และการเติบโตของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดมาเลเซียดึงดูดนักลงทุน ทั้งดัชนี Kuala Lumpur Composite Index ที่เพิ่มขึ้นถึง 15% ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010

ความท้าทายที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์เผชิญ

ในทางกลับกันสิงคโปร์กำลังประสบปัญหาจากข้อจำกัดทางกฎหมายและสภาพคล่องของตลาดที่ต่ำ แม้ว่าดัชนี Straits Times Index จะเพิ่มขึ้นประมาณ 12% ในปีนี้ แต่ยังคงตามหลังตลาดหุ้นคู่แข่งอื่นๆ ในระดับภูมิภาคอยู่

ผู้เชี่ยวชาญจาก Ernst & Young ให้ความเห็นว่าตลาดหุ้นสิงคโปร์อาจไม่เหมาะสมกับบริษัทขนาดเล็ก หรือบริษัทในกลุ่มนวัตกรรม เพราะนักลงทุนอาจไม่ให้ความสนใจมากพอเมื่อเทียบกับตลาดมาเลเซีย แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสิงคโปร์ยังมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว โดยบริษัทใหญ่หลายแห่งมีแผนที่จะจดทะเบียนในอนาคต เช่น SCI Ecommerce Pte. ที่มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในปีหน้า นอกจากนี้ AvePoint Inc. บริษัทซอฟต์แวร์ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ก็กำลังพิจารณาจดทะเบียนเพิ่มเติมในสิงคโปร์เช่นกัน

สรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของตลาดทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งใหม่ที่น่าจับตามอง ขณะที่สิงคโปร์ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเองในตลาดการเงินระดับโลก

อ้างอิง : bloomberg

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...

Responsive image

ไทย–อินเดีย จับมือสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”

ไทย-อินเดียยกระดับสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ประกาศความร่วมมือ 6 ฉบับ ครอบคลุมเศรษฐกิจ ดิจิทัล วัฒนธรรม รับมือแรงสั่นสะเทือนจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ และเสริมบทบาทภูมิรัฐศาสตร์ใ...

Responsive image

[ข่าวลือ] Microsoft ชะลอการลงทุน Data Center ในหลายประเทศทั่วโลก

Microsoft ถูกเปิดเผยว่าชะลอหรือหยุดการลงทุนใน Data Center หลายประเทศ ทั้งลอนดอน ชิคาโก อินโดนีเซีย และวิสคอนซิน สะท้อนการทบทวนยุทธศาสตร์ AI และคลาวด์ ข้อมูลจาก Bloomberg...