SPACE-F สานฝันอาเซียนสู่ "Food Tech Silicon Valley" เปิดตัว 8 Startup รุ่น 3

ด้วยศักยภาพและภูมิปัญญาด้านอาหารที่เพียบพร้อมของอาเซียนที่เหมาะสมกับการนำไปต่อยอดเพื่อให้คนในวงกว้างได้รับรู้ โดยเฉพาะโอกาสการลงทุนต่อยอดด้านทรัพยากรอาหารในช่วง Food Crisis ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเช่นนี้ ทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับบริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ จำกัด จึงได้จัดงาน "SPACE-F batch 3 Accelerator Demo Day" ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว 

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “NIA ยังคงเดินหน้าผลักดันสตาร์ทอัพด้านอาหาร เพื่อให้สอดคล้องกับจุดเด่นของประเทศไทยในฐานะการเป็น "ครัวโลก" ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรมมาช่วยยกระดับให้อุตสาหกรรมอาหารเติบโต และช่วยผลักดันสตาร์ทอัพนวัตกรรม Food Tech ให้มีคุณภาพและหลากหลาย โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรมอาหารใน 9 เทรนด์หลัก ได้แก่ การพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพ การผลิตโปรตีนทางเลือก กระบวนการผลิตอาหารอัจฉริยะ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต การคิดค้นส่วนผสมและสูตรอาหารใหม่ การพัฒนาวัสดุชีวภาพและสารเคมี เทคโนโลยีการบริหารจัดการร้านอาหาร การตรวจสอบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และบริการอัจฉริยะด้านอาหาร"

สำหรับโครงการ SPACE-F ซึ่งเป็นโครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตให้ธุรกิจ Food Tech ระดับโลกแห่งแรกของไทย และภูมิภาคอาเซียน ในการแถลงข่าววันนี้ SPACE-F ได้นำสตาร์ทอัพทั้ง 8 ทีม ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพกลุ่ม Accelerator ได้ร่วมโชว์ผลงาน แสดงศักยภาพด้านการวางแผนธุรกิจ เพื่อให้สามารถขายได้และเป็นที่นิยมของตลาด รวมไปถึงการผลักดันได้โอกาสการลงทุนในอนาคต ประกอบด้วย

POTENT - สารสกัดจากเห็ดป่าเพื่อการปรุงในเครื่องดื่ม
EnerGaia - โปรตีนทางเลือกเพื่อสุขภาพจากสไปรูลินา
WeavAir - การเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ และ IoT เพื่อควบคุมการเน่าเสียของอาหาร
Nabsolute - ไบโอโพลีเมอร์ดัดแปลงในระดับนาโน
Jamulogy - เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงามสไตล์อินโดนีเซีย
More Meat - โปรตีนจากพืชทำจากเห็ดแครงและโปรตีนถั่วเหลือง
eniferBio - โปรตีนถั่วเหลืองเข้มข้นที่เป็นผลพลอยได้ในกระบวนการผลิต
Mi Terro - บรรจุภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ย่อยสลายได้

ทั้งนี้ NIA จะมีบทบาทเป็น "Focal Facilitator" หรือผู้เชื่อมโยงเครือข่ายในการประสานการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ โดยโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ทำให้มีจุดแข็งที่จะดึงดูดสตาร์ทอัพต่างชาติมาร่วมโครงการได้  SPACE-F ไม่ได้เน้นเพียง Startup platform เช่น food delivery แต่เน้น Deeptech เพื่อมุ่งต่อยอดงานวิจัยให้ใช้ได้จริง เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้ประเทศ 

พบกับงาน Tech Conference ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
'Techsauce Global Summit 2022' ขนทัพความรู้จาก Speaker ระดับโลก พร้อมหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ
อ่านรายละเอียดได้ที่ https://techsauce.co/news/techsauce-global-summit-2022
ซื้อบัตรได้ที่ : https://summit.techsauce.co/



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...