Telegram เตรียมสร้างรายได้จากแอป หลังผู้ใช้ใกล้ 500 ล้านคน

Telegram แอปพลิเคชั่นแชทชื่อดัง ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานใกล้ถึง 500 ล้านคน ได้มีแผนการในการสร้างราย ซึ่งจะเริ่มภายในปีหน้า เพื่อให้แอปพลิเคชั่นสามารถคงอยู่ได้ โดย Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram ได้บอกกับสื่อในวันพุธที่ผ่านมา

telegram platform

Pavel Durov ได้เผยว่า Telegram คงอยู่ได้ด้วยเงินส่วนตัวของเขามาตลอด 7 ปี และถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจ Startup นี้ จะขยายตัวต่อไป ซึ่งการสร้างรายได้จากแอปพลิเคชั่น จะช่วยให้ Telegram สามารถให้บริการต่อไปได้ 

“โปรเจคที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จำเป็นจะต้องใช้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อที่จะดำเนินการต่อไปได้” Pavel Durov ได้กล่าว

เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา Telegram ได้มีจำนวนผู้ใช้งานสูงถึง 400ล้านคน และเพื่อการสร้างรายได้ ทางบริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการสร้างแพล็ตฟอร์มโฆษณา ให้ปรากฎอยู่ในแชแนลสื่อสารสาธารณะ Pavel Durov ยังได้เสริมอีกว่า “แพลตฟอร์มโฆษณาของเรา จะต้องมีความเป็นมิตร เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายเซิฟเวอร์ของเราอีกด้วย” 

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ถือเป็นจุดขายสำคัญของ Telegram ซึ่งทางบริษัทยังยืนยันถึงวิสัยทัศน์ของพวกเขา ด้วยการไม่แสดงโฆษณาในห้องแชทส่วนตัว และห้องแชทกลุ่ม นอกจากนี้ ทางบริษัทยังยืนยันอีกว่า บริษัทไม่มีแผนที่จะขายให้กับเจ้าอื่น Telegram จะต้องมีความเป็นอิสระ และให้บริการที่ยอดเยี่ยมนี้ต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ Telegram เคยมีแผนการในการสร้างรายได้จากโปรเจ็ค blockchain token แต่เนื่องด้วยปัญหาทางกฎหมาย ผนวกกับการเลื่อนแผนงานมาตลอด จึงทำให้ Telegram ประกาศล้มเลิกแผนการดังกล่าวไป

อ้างอิงจาก TechCrunch


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำความรู้จักโครงการ Low Carbon City หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ 'อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ'

สรุปจากงานสัมมนา CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program ที่มีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ World Bank มาเผยแนวทางสนับสนุนให้ลดการปล่อยคาร์บอนในภา...

Responsive image

อว. ก้าวล้ำ! เปิดตัว AI ตรวจสอบหลักสูตรมหาวิทยาลัย ยกระดับมาตรฐาน รวดเร็ว แม่นยำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังก้าวสู่มิติใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา ประกาศนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานหลักสูต...

Responsive image

ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ ส่งออกไทยอาจเสียหาย 4 แสนล้านบาท จากภาษีตอบโต้ 37%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ประเมินถึงสถานการณ์ที่สหรัฐญ ขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยในอัตรา 37% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 25% ถือเป็นความเสี่ยงต่อเศร...